'

Call Center : 02-333-6232-3 

โคมไฟระย้า
กันยายน 8, 2016

โคมไฟระย้า หรือ แชนเดอเลียร์ (chandelier)

เมื่อเราพูดถึงโคมไฟระย้า (chandelier) เราจะนึกถึงโคมไฟขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากฝ้าเพดานกลางห้อง มีคริสตัลประทับชิ้นเล็กชิ้นน้อย ดูหรูหรา อลังการ ราคาแพงมหาศาล สำหรับโคมไฟระย้า (chandelier) มีประวัติเก่าแก่ยาวนาน โดยเริ่มในยุโรปตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 6

คำว่า “chandelier” เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลเป็นอังกฤษว่า”candleholder” หมายถึง เชิงเทียน ที่แขวนลงมาจากเพดาน โคมไฟระย้า (chandelier) ในยุคแรกทำจากไม้รูปกากบาทอย่างง่ายๆ มีเหล็กแหลมไว้ปักเทียนข้างบน ซึ่งแรกเริ่มเดิมที ใช้ในสถานที่ใหญ่ๆ ที่สำคัญต่างๆ เช่นโบสถ์ วิหาร คฤหาสน์ของเศรษฐี และในพระราชวัง ที่มักจะมีปัญหาเรื่องของแสงสว่างไม่พอ ทำใช้งานในตอนกลางคืนได้ไม่ดี จะใช้แค่เทียนไขที่ติดไว้ตามผนัง ตรงส่วนกลางๆ ก็จะมืด จึงได้มีการคิดค้นชุดอุปกรณ์สำหรับวางแหล่งกำเนิดแสงแบบต่างๆ จำนวนหลายๆ ชิ้น มารวมกันเพื่อเพิ่มความสว่าง ให้ห้อยลงมาจากกลางเพดาน  มักจะทำจากโลหะ โดยมีชื่อเรียกว่า Polycandelon ซึ่งว่ากันว่าเป็นต้นฉบับของโคมไฟระย้า (chandelier)

และเมื่อโคมไฟระย้า (chandelier) ช่วยแก้ปัญหาเรื่องแสงสว่างด้วยวิธีนี้ได้ผลดี สำหรับอาคารใหญ่ๆ จึงมีการดัดแปลงให้โคมไฟระย้า (chandelier) สามารถนำมาใช้กับอาคารที่มีขนาดย่อมลงมาด้วย โดยมีการพัฒนาโคมไฟระย้า (chandelier) โดยนำโลหะมาดัดจนมีลวดลายสวยงามประณีตอ่อนช้อย นอกจากจะแสดงถึงฐานะทางการเงินของเจ้าของบ้านที่มีแสงสว่างยามค่ำคืนในยุคนั้นแล้ว เสน่ห์ของโคมไฟระย้า (chandelier) แบบดั้งเดิมอยู่ที่แสงเทียนและเงาที่เกิดจากลวดลายของโคมไฟระย้า (chandelier)

การนำกระจก แผ่นทองแดง และหินคริสตัลมาห้อยบนโคมไฟระย้า (chandelier) ในยุคหลังๆทำให้มีแสงระยิบระยับมากขึ้น แต่หินคริสตัลหายากและราคาแพง ในปี1676 ช่างทำแก้วชาวอังกฤษจึงได้คิดค้นนำแก้วมาผสมกับสารตะกั่ว (lead oxide) แล้วเจียรจนมีประกายงดงามมากกว่าหินคริสตัล ในช่วงปี 1700 โคมไฟระย้า (chandelier) เริ่มมีรูปทรงอ่อนช้อยมากขึ้น เมื่อมีการนำแก้วเป่ามาใช้ประดับโคมไฟระย้า (chandelier) จากประเทศอิตาลีที่เรียกว่าสไตล์เวเนเชียน (Venetian Style)

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ความนิยมของโคมไฟระย้า (chandelier) ก็มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ มนุษย์เราชอบความสว่างมากกว่าความมืด ดังนั้น ทุกคนที่มีเงินพอก็จะพยายามติดตั้งโคมไฟระย้า (chandelier) นี้ไว้ในบ้าน เพราะนอกจากจะให้ความสว่างที่มากกว่าโคมชนิดอื่นแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องประดับได้ เพราะมีบรรดาผู้ขายโคมไฟต่างๆ ก็พากันประดับประดาโคมไฟระย้า (chandelier) เป็นสินค้ายอดนิยม และด้วยสารพัดของมีค่า ตั้งแต่ กระจกเงาธรรมดา โลหะชนิดต่างๆ และแก้วหินคริสตัลที่หายาก รวมทั้งกระจกสีที่เป่าขึ้นมาโดยช่างฝีมือจากเกาะบูราโน ในเมืองเวนิส ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 18 ทำให้โคมไฟระย้า (chandelier) เป็นที่นิยมชมชอบมากขึ้น

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ก็มีนาย Daniel Swarovsky จากออสเตรียได้คิดค้นเครื่องเจียรนัยเพชรพลอยรุ่นใหม่ ทำให้ได้อัญมณีคุณภาพสูง และได้นำมาประยุกต์ใช้กับการเจียรนัยแก้วคริสตัลเพื่อประกอบกับโคมไฟระย้า (chandelier) รุ่นใหม่ๆ ให้มีราคามากขึ้น และนอกจากนี้ เขายังได้พัฒนาการหลอมแก้วปรอท (Leaded Glass) ให้มีความใสบริสุทธ์จนนำมาใช้แทนแก้วหินคริสตัลของเดิมได้อีกด้วย

โคมไฟระย้า (chandelier)

จากนั้น วิวัฒนาการของโคมไฟระย้า (chandelier) ก็ได้เปลี่ยนจากการใช้เทียนไขธรรมดา มาเป็นหลอดไฟ และมีรูปร่างที่หลากหลายมากขึ้น จนถึงปัจจุบัน และแม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้เทียนไขเป็นแหล่งกำเนิดแสงของโคมชนิดนี้แล้ว แต่เราก็ยังคงเรียกโคมไฟแสนสวย ที่แขวนลงมาจากเพดานว่า โคมไฟระย้า (chandelier)

ในปัจจุบัน มีนักออกแบบมากมายที่พยายามออกแบบโคมไฟระย้า (chandelier) ให้สวยแปลกตาออกไปเรื่อยๆ อยู่ตลอดเวลา กระแสความนิยมของโคมไฟระย้า (chandelier) กลับมาพร้อมกับการใส่สีลงไปบนแก้ว เป็นสีสันของการตกแต่งยุคปัจจุบันบวกกับรูปทรงและลวดลายหรูหราของโคมไฟระย้า (chandelier) ในอดีต แม้กระทั่งสีดำที่อาจจะดูไม่เข้าท่าในสมัยก่อน แต่ตอนนี้กลับดูสวยแปลกตาดี เหมาะกับการตกแต่งแนววินเทจ แนวโบฮีเมีย และ Classic-Chic ซึ่งเน้นการดึงลวดลายเก่าและใหม่มาผสมผสานกัน

โคมไฟระย้า
กันยายน 8, 2016

นี่คือความงามที่มาสร้างความสุขให้กับสายตาคุณ คริสตัล แชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) มูลค่าร่วม 20 ล้านบาท ผลงานอีเว้นดีไซเนอร์ระดับโลก “เพรสตัน เบลลี่ย์”

โคมไฟระย้า
คริสตัล แชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ขนาดยักษ์ มูลค่าร่วม 20 ล้านบาท ที่ถูกติดตั้ง ณ บริเวณลานเอเทรียม ศูนย์การค้าเกษร ซึ่งออกแบบโดยเซเลบริตี้ชื่อดังของฮอลลีวู้ด และอีเว้นดีไซเนอร์ระดับโลก อย่าง เพรสตัน เบลลี่ย์
ผลงานมาสเตอร์พีซ คริสตัล แชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ชิ้นนี้ เบลลี่ย์ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก สวนลอยฟ้า (Glistening Garden) ต้นไม้ในป่าดงดิบที่ผสมผสานระหว่างจินตนาการ แฟนตาซีอันไร้ขีดจำกัดของเด็กๆกับการเลือกใช้วัสดุหรูหราล้ำค่า และโครงสร้างมั่นคงในแบบผู้ใหญ่ จุดมุ่งหมายของคริสตัล แชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) นี้ก็เพื่อสื่ออารมณ์ให้บรรดานักช้อปได้รู้สึกราวกับได้เดินอยู่ในแดนสวรรค์ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ และดวงดาวส่องประกายระยิบระยับ
คริสตัล แชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ถูกถ่ายทอดผ่านทางความประณีตละเอียดอ่อนของเทคนิคการร้อยลูกปัดคริสตัลนับแสนเม็ดที่เรียงรายแต่ละเส้น สลับกับชิ้นผ้าสักกะหลาดที่ดูราวกับกลีบดอกไม้ ซึ่งถูกจัด เป็นช่อพวงกุหลาบและไฮเดรนเยียร์อันงดงาม อันนับเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ เบลลี่ย์ ผู้นิยมใช้ดอกไม้เข้ามาผสมผสานทุกครั้งที่ทำงานออกแบบ
แชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) มีทั้งหมด 4 ชุด และมีขนาดความสูงแตกต่างกันไป แต่ละชุดจัดทำซ้อนกัน 3 ชั้นลดหลั่นลงมา โดยแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) เซ็นเตอร์พีซ มีความสูงถึง 9 เมตร , อีก 1 ชุด สูง 7 เมตร และอีก 2 ชุด สูง 6 เมตร ทั้งหมดจะห้อยเรียงรายลงมาจากเพดานชั้นบนสุดจนถึงโถงชั้นล่าง โทนสีที่เลือกใช้เป็นสีสันสดใสอย่าง สีแดง สีชมพู สีขาว และสีม่วงสลับกันเพื่อให้เข้ากับเทศกาลแห่งความรัก

โคมไฟระย้า
อย่างไรก็ตามคนสำคัญที่เข้ามาทำให้ชีวิตของ เบลลี่ย์ เปลี่ยนไปคือ วินเซนต์ วูล์ฟ นักตกแต่งภายในชื่อดังที่นิตยสาร House Beautiful จัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบ ดีไซเนอร์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอเมริกา เพราะเป็นผู้ชักชวนและแนะนำเขาให้รู้จักการตกแต่งภายใน และการจัดดอกไม้ ซึ่งในที่สุดเขาก็สามารถทำได้ดี และกลายเป็นสุดยอดพรสวรรค์ของเขาในเวลาต่อมา
คริสตัล แชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ของ เบลลี่ย์ ชิ้นนี้ถูกติดตั้งโชว์ครั้งแรก บริเวณลานเอเทรียม ของศูนย์การค้า เดอะ แลนด์มาร์ค ในประเทศฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว แต่ด้วยความร่วมมือของกลุ่มบริษัทฮ่องกงแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับบริษัทเกษรแลนด์แอสเซทเมเนจเมนท์ผู้บริหารศูนย์การค้าเกษร

จึงทำให้คนไทยมีโอกาสได้เห็นแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ดีไซน์ระดับโลก

โคมไฟระย้าวิธีทำความสะอาด
กันยายน 3, 2016

โคมไฟระย้าวิธีทำความสะอาดโคมไฟระย้า

ถึงเวลาเช็ดตัวให้ Chandelier (โคมไฟระย้า)

โคมไฟระย้า หรือ แชนเดอเลียร์ (chandelier) เป็นชื่อเรียกลักษณะของโคมไฟตกแต่ง ที่แขวนบนเพดาน

ปัจจุบันโดยทั่วไป จะพบโคมไฟลักษณะนี้ ตามห้องโถงของสถานที่หรูหรา หากต้องการที่จะให้แชนเดอร์เลียร์ (โคมไฟระย้า) คงความสวยงามแวววับอยู่เสมอ ก็ควรไม่ลืมที่จะดูแล ทำความสะอาด

สำหรับความถี่ในการทำความสะอาดแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) โดยทั่วไปแล้วแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ควรทำความสะอาดทุก 6 เดือน – 1 ปี  แต่ถ้าหากแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ติดตั้งไว้ในส่วนของบ้านที่สกปรกง่าย เช่น ห้องครัว หรือบ้านอยู่ใกล้แหล่งที่มีฝุ่นอยู่มาก อาจต้องทำความสะอาดบ่อยขึ้น ความถี่ในการทำความสะอาดอาจจะอยู่ที่ 4 ครั้งต่อปี หรือมากกว่านั้น จะสังเกตได้จากการไม่สะท้อนแสงของคริสตัล  หรือแก้ว  มีฝุ่นปรากฎขึ้น หรือเริ่มขุ่นมัว ก็เหมาะแก่เวลาที่จะทำความสะอาด ซึ่งการดูแลทำความสะอาดแชนเดอเลียร์(โคมไฟระย้า) นั้นทำได้ง่ายๆ ส่วนใหญ่ มีด้วยกัน 2 ตัวเลือก คือ

  1. จ้างบริษัททำความสะอาดที่มีความชำนาญมาจัดการ  ในกรณีที่เป็นแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) ขนาดใหญ่
  2. ทำความสะอาดด้วยตัวเอง  มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

:: ปิดสวิตซ์ไฟโคมไฟระย้าที่ต้องการทำความสะอาด ใช้เทปกาวปิดสวิตซ์โคมไฟระย้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครเปิดโคมไฟระย้าในขณะที่ทำความสะอาด

:: ใช้ถุงพลาสติดครอบดวงไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหลอดไฟ

:: ใช้อุปกรณ์เซฟตี้ ที่ใช้ในการป้องกันการหลุดร่วงของโคมไฟระย้า

:: ทำความสะอาดโคมไฟระย้า และควรระมัดระวังไม่ให้ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าเปียก หลังจากนั้นทำความสะอาดชิ้นส่วนที่ไม่ใช่คริสตัล ด้วยผ้าที่นุ่มจุ่มลงไปในน้ำเพื่อนทำความสะอาด วัสดุ ที่เป็นทองเหลือง สเตนเลส ฯลฯ

:: ตรวจสอบความสะอาด และความเรียบร้อยของโคมไฟระย้า แล้วทิ้งไว้ประมาณ 24 – 48 ชั่วโมง ก่อนที่จะเปิดใช้โคมไฟระย้าอีกครั้ง

ซึ่งการทำความสะอาดนั้น  ก็จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) นั้นเป็นวัสดุอะไร             เช่น ถ้าเป็นแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) แบบคริสตัล  ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาเช็ดกระจก เช็ดทีละเม็ด  ซึ่งต้องระมัดระวังตัวเม็ดคริสตัลกระทบกัน แชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) หิน ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ใช้แค่น้ำเปล่าเช็ดทำความสะอาดก็เพียงพอ แล้วปล่อยให้แห้งเอง  ส่วนแชนเดอเลียร์ (โคมไฟระย้า) โลหะ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาขัดเงาที่มีขายทั่วไปเช็ด เป็นต้น

ขอบคุณ เครดิตรูปภาพจาก :: chandelierrestoration และ THE WALL STREET JOURNAL

“เลือกซื้อโคมไฟระย้าทั้งที เลือกที่ถูกและดี กับ One2lamp”

Call Center : 02-333-6232-3

คลิ๊ก! เลือกซื้อโคมไฟระย้าจากร้านค้าของเรา

“เราคัดเลือกโคมไฟและจัดหาได้ตามที่ลูกค้าต้องการ เพราะเราเป็นดิลเลอร์เจ้าใหญ่ที่นำเข้ามา”

“เราขายได้ ราคาถูกกว่าตามท้องตลาด เพราะไม่ผ่านตัวกลาง ไม่บวกราคาเพิ่ม”

“โคมไฟระย้าของเราได้รับคำชื่นชม จากลูกค้าพึ่งพอใจในคุณภาพสินค้า”

“มีหลากหลายให้เลือก เรามีครบทุกแบบ”

“เลือกซื้อกับเราได้แบบที่ถูกใจแน่นอน”

X